คู่มือสมบูรณ์: Cryptocurrency Trading กับ Weltrade ในประเทศไทย
เรียนรู้การเทรด Cryptocurrency กับ Weltrade ในไทย พร้อมคู่มือสมัครสมาชิก ฝาก-ถอน และเทคนิคการใช้งาน MT4/MT5
📖 Reading time estimate
🔑 Key Takeaways
- Weltrade ให้บริการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีผ่านแพลตฟอร์ม MT4 และ MT5 ที่รองรับผู้ใช้ไทย
- ระบบของเรามีการดำเนินการคำสั่งรวดเร็วและสเปรดต่ำ เหมาะกับนักเทรดทุกระดับ
- ขั้นตอนสมัคร ฝากถอน และตั้งค่าแพลตฟอร์มถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย
📋 Table of Contents
- ภาพรวมการเทรด Cryptocurrency ใน Weltrade สำหรับผู้ใช้ไทย
- ขั้นตอนการสมัครสมาชิก Weltrade ในประเทศไทย
- การเปิดบัญชีเทรดและการฝากเงิน
- การดาวน์โหลดและติดตั้งแพลตฟอร์มเทรด
- กลยุทธ์การเทรด Cryptocurrency ที่มีประสิทธิภาพ
- การใช้เครื่องมือวิเคราะห์และอินดิเคเตอร์
- การจัดการความเสี่ยงและการบริหารเงิน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดคริปโตกับ Weltrade
ภาพรวมการเทรด Cryptocurrency ใน Weltrade สำหรับผู้ใช้ไทย
Weltrade เป็นโบรกเกอร์ที่นำเสนอการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เรามุ่งเน้นการให้บริการที่รวดเร็วและเสถียร รองรับการเทรดเหรียญหลักอย่าง Bitcoin, Ethereum, Litecoin และ Ripple
ด้วยเทคโนโลยี STP ที่ไม่มีการแทรกแซงจาก dealing desk จึงให้ราคาที่โปร่งใสและสเปรดต่ำที่สุด เรายังมีเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:500 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุน ระบบสามารถดำเนินการคำสั่งซื้อขายภายใน 0.1 วินาที ช่วยให้นักเทรดไม่พลาดโอกาสสำคัญในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การเข้าถึงแพลตฟอร์มทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงตลอดสัปดาห์ เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการความยืดหยุ่นในการวางแผนเทรด
- รองรับคู่เทรดคริปโตที่หลากหลาย
- เทคโนโลยีประมวลผลคำสั่ง STP
- เลเวอเรจสูงสุด 1:500
- สเปรดต่ำเริ่มต้น 0.1 pips
- การดำเนินการคำสั่งรวดเร็ว 0.1 วินาที
| คุณสมบัติ | รายละเอียด | ข้อกำหนด |
|---|---|---|
| สเปรดต่ำสุด | 0.1 pips | คู่เทรดหลัก |
| เวลาดำเนินการ | 0.1 วินาที | ออร์เดอร์ทั้งหมด |
| เลเวอเรจสูงสุด | 1:500 | บัญชี Pro |
| ฝากขั้นต่ำ | $10 | บัญชี Micro |
เราออกแบบสภาพแวดล้อมการเทรดให้เหมาะกับนักลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะ มีการสนับสนุนการใช้งานในภาษาไทยและช่องทางการติดต่อในเวลาทำการของประเทศไทย
ประเภทบัญชีเทรดสำหรับ Cryptocurrency Trading
Weltrade มีบัญชีเทรดคริปโตหลายประเภทให้เลือกใช้งานตามระดับประสบการณ์และความต้องการ บัญชี Micro เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะมีเงินฝากขั้นต่ำเพียง $10 และขนาดล็อตขั้นต่ำ 0.01
บัญชี Premium เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการสเปรดแคบและไม่มีค่าคอมมิชชั่น บัญชี Pro รองรับเลเวอเรจสูงสุด 1:500 พร้อมการดำเนินคำสั่งที่รวดเร็วที่สุด
- บัญชี Micro: ฝากขั้นต่ำ $10, เหมาะสำหรับมือใหม่
- บัญชี Premium: สเปรดต่ำ, ไม่มีค่าคอมมิชชั่น
- บัญชี Pro: เลเวอเรจสูงสุด 1:500, เหมาะสำหรับมืออาชีพ
- บัญชี Swap-free: สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมข้ามคืน
- บัญชี Synthetic Indices: สำหรับการเทรดดัชนีสังเคราะห์
ขั้นตอนการสมัครสมาชิก Weltrade ในประเทศไทย
ขั้นตอนการสมัครสมาชิกกับ Weltrade สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยทำได้ง่ายผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมือถือ เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์ weltrade.com ผ่านเบราว์เซอร์ที่ได้รับการสนับสนุน เช่น Chrome, Safari หรือ Firefox
คลิกที่ปุ่ม “Registration” บนหน้าเว็บไซต์ กรอกอีเมล รหัสผ่าน และเลือกประเทศไทยเป็นประเทศที่อาศัยอยู่ หากมีรหัสพาร์ทเนอร์ให้กรอกด้วย จากนั้นยอมรับข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัวก่อนกดสร้างบัญชี
ระบบจะส่งลิงก์ยืนยันไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ผู้ใช้งานสามารถยืนยันตัวตนผ่านลิงก์นี้เพื่อเปิดใช้งานบัญชีได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถสมัครสมาชิกผ่านบัญชี Google, Facebook หรือ Line โดยตรง
- เข้าเว็บไซต์ weltrade.com และคลิก “Registration”
- กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล รหัสผ่าน ประเทศ
- ยอมรับข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
- ยืนยันอีเมลผ่านลิงก์ที่ส่งให้
- เข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม
สำหรับการสมัครผ่านแอป Weltrade ดาวน์โหลดได้จาก App Store หรือ Google Play เปิดแอปและกด “Sign up” กรอกข้อมูลที่จำเป็นและยืนยันผ่านอีเมลหรือ SMS เพื่อความปลอดภัยของบัญชี
การยืนยันตัวตนและเอกสารที่จำเป็น
เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด KYC ผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนผ่านการอัปโหลดเอกสารประจำตัวที่ถูกต้อง เช่น หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน พร้อมหลักฐานแสดงที่อยู่ที่ออกไม่เกิน 3 เดือน เช่น ใบแจ้งหนี้ค่าสาธารณูปโภคหรือใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร
หลังจากอัปโหลดเอกสาร ระบบจะตรวจสอบภายใน 1-2 วันทำการ และแจ้งสถานะผลการตรวจสอบผ่านทางอีเมล ผู้ใช้ในประเทศไทยไม่มีข้อจำกัดเพิ่มเติมในการยืนยันตัวตน
- เข้าสู่ระบบและไปที่หน้า Personal Profile
- อัปโหลดเอกสารประจำตัวและหลักฐานที่อยู่
- รอการตรวจสอบจากระบบภายใน 2 วันทำการ
- รับอีเมลยืนยันการอนุมัติบัญชี
- เริ่มต้นเทรดได้ทันทีหลังได้รับการยืนยัน
การเปิดบัญชีเทรดและการฝากเงิน
หลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเปิดบัญชีเทรดได้ผ่านหน้า dashboard หรือแอปพลิเคชัน โดยเลือกเมนู “Account” และคลิก “Open Account” เลือกประเภทบัญชีที่ต้องการ เช่น Micro, Premium, Pro หรือ Swap-free
กำหนดสกุลเงินหลักของบัญชี เช่น USD หรือ THB บัญชีจะเปิดใช้งานได้หลังจากผ่านการยืนยันตัวตนและตั้งค่าข้อมูลครบถ้วน
แนะนำให้ผู้ใช้ใหม่ฝึกเทรดกับบัญชีทดลอง (demo) ก่อน เพื่อทำความคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซและกลยุทธ์การเทรดโดยไม่เสี่ยงเงินทุนจริง
- เข้าสู่ระบบและเลือก “Open Account”
- เลือกประเภทบัญชีและสกุลเงินหลัก
- ยืนยันข้อมูลและเปิดบัญชี
- ฝึกเทรดในบัญชีทดลองก่อนเทรดจริง
- ฝากเงินขั้นต่ำตามประเภทบัญชีเพื่อเริ่มเทรดจริง
การฝากเงินทำได้หลากหลายช่องทาง รองรับการโอนผ่านธนาคารไทย บัตรเครดิต/เดบิต และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Skrill, Neteller เงินที่ฝากจะเข้าบัญชีภายในเวลาที่กำหนดตามแต่ละช่องทาง
ตัวเลือกการฝาก-ถอนเงินสำหรับผู้ใช้ไทย
Weltrade รองรับช่องทางการฝากถอนที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในประเทศไทย โดยแต่ละช่องทางมีเวลาประมวลผลและค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามรายละเอียดดังนี้
- โอนเงินผ่านธนาคารภายในประเทศ ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ
- บัตรเครดิต/เดบิต ทำรายการทันที
- กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Skrill, Neteller ใช้เวลาประมวลผลภายใน 24 ชั่วโมง
- ถอนเงินด้วย Cryptocurrency ใช้เวลาระหว่าง 1-3 ชั่วโมง
| วิธีการฝาก-ถอน | เวลาดำเนินการ | ค่าธรรมเนียม | จำนวนขั้นต่ำ |
|---|---|---|---|
| โอนธนาคาร | 1-3 วัน | ฟรี | $50 |
| บัตรเครดิต/เดบิต | ทันที | ฟรี | $10 |
| Skrill/Neteller | 24 ชม. | ฟรี | $10 |
| Cryptocurrency | 1-3 ชม. | ฟรี | $25 |
ระบบฝากถอนของเราเป็นมาตรฐานสากล พร้อมรองรับการแปลงสกุลเงินอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานไทยสามารถบริหารจัดการทุนได้สะดวก
การดาวน์โหลดและติดตั้งแพลตฟอร์มเทรด
Weltrade ให้บริการแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ซึ่งรองรับการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างครบถ้วน โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
ไปที่หน้าดาวน์โหลดใน dashboard แล้วเลือกเวอร์ชันที่เหมาะสมกับระบบปฏิบัติการของคุณ ได้แก่ Windows, macOS หรือ Linux สำหรับอุปกรณ์เดสก์ท็อป
ส่วนมือถือสามารถดาวน์โหลดแอป MT4/MT5 ผ่าน App Store หรือ Google Play หรือใช้แอป Weltrade ที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกการเทรดแบบครบวงจร
ระบบต้องการขั้นต่ำของอุปกรณ์ดังนี้: Windows 7 หรือ macOS 10.12 ขึ้นไป, RAM ขั้นต่ำ 2GB, พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ 200MB และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วอย่างต่ำ 1 Mbps เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เหมาะสม
| ระบบปฏิบัติการ | ขั้นต่ำของระบบ | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|
| Windows | เวอร์ชัน 7 ขึ้นไป, RAM 2GB | แนะนำ RAM 4GB |
| macOS | เวอร์ชัน 10.12 ขึ้นไป, RAM 2GB | แนะนำ RAM 4GB |
| Linux | รองรับระบบ 64-bit | ใช้ Wine สำหรับ MT4/MT5 |
| มือถือ | iOS 12+, Android 7+ | แนะนำอัปเดตเวอร์ชันล่าสุด |
หลังติดตั้ง ให้เปิดโปรแกรมและล็อกอินด้วยข้อมูลบัญชีเทรดที่ได้รับ ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ Weltrade ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียเพื่อประกันความเสถียรและความเร็วในการเชื่อมต่อสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย
การตั้งค่าแพลตฟอร์มสำหรับ Cryptocurrency Trading
ใน MT4 หรือ MT5 ให้เปิดหน้าต่าง “Market Watch” เพื่อดูรายการสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซี คลิกขวาที่หน้าต่างเลือก “Symbols” จากนั้นเลือกหมวด “Cryptocurrencies” และเพิ่มคู่เทรดที่ต้องการ เช่น BTCUSD หรือ ETHUSD
ปรับแต่งกราฟโดยคลิกขวาบนชาร์ตเลือก “Properties” เพื่อเปลี่ยนสีพื้นหลัง, สีแท่งเทียน และแก้ไขกริดให้เหมาะสมกับสไตล์การวิเคราะห์ของคุณ
- เพิ่ม indicators เช่น Moving Average, RSI, MACD ผ่านเมนู “Insert” > “Indicators”
- เปิดใช้งาน Expert Advisors (EA) สำหรับเทรดอัตโนมัติในเมนู “Tools” > “Options” > “Expert Advisors”
- ตั้งค่าแจ้งเตือนราคาผ่านเมนู “Trading” > “Alert” บนชาร์ต
- ลากไฟล์ EA ไปที่โฟลเดอร์ MQL4/Experts หรือ MQL5/Experts เพื่อติดตั้ง
กลยุทธ์การเทรด Cryptocurrency ที่มีประสิทธิภาพ
การเทรดคริปโตเคอร์เรนซีต้องใช้การวิเคราะห์ทั้งเชิงเทคนิคและพื้นฐานเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้กำไร เราแนะนำให้ใช้หลาย timeframe ร่วมกัน เช่น Daily chart สำหรับวิเคราะห์แนวโน้มหลัก และ 4-hour หรือ 1-hour chart เพื่อหาจุดเข้าออกที่เหมาะสม
กลยุทธ์ Scalping เน้นการเทรดระยะสั้นในช่วง 1-5 นาที โดยใช้ indicator อย่าง Bollinger Bands และ Stochastic Oscillator เพื่อจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคา
กลยุทธ์ Swing Trading เหมาะกับการถือออร์เดอร์ 1-7 วัน ใช้การวิเคราะห์แนวรับแนวต้านและ Fibonacci Retracement เพื่อกำหนดจุดซื้อขาย
- Scalping: ตั้ง Stop Loss ที่ 10-20 pips และ Take Profit ที่ 5-15 pips
- Swing Trading: ตั้ง Stop Loss ที่ 50-100 pips และ Take Profit ที่ 100-300 pips
- News Trading: ติดตามข่าวและปฏิทินเศรษฐกิจที่มีผลต่อคริปโต
การติดตามข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาโปรโตคอลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด
การใช้เครื่องมือวิเคราะห์และอินดิเคเตอร์
MT4 และ MT5 มีเครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคครบถ้วนที่ช่วยให้การตัดสินใจเทรดมีความแม่นยำมากขึ้น คุณสามารถเพิ่ม indicators เช่น Moving Average เพื่อดูแนวโน้ม, RSI เพื่อตรวจสอบภาวะซื้อเกินขายเกิน และ MACD สำหรับสัญญาณเปลี่ยนแปลงทิศทางราคา
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Fibonacci Retracement ที่ช่วยกำหนดระดับแนวรับแนวต้านที่สำคัญ การใช้เครื่องมือเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์เทรด
- เพิ่ม Indicators ผ่านเมนู “Insert” > “Indicators”
- ปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ของ Indicators ตามสไตล์การเทรด
- ใช้เครื่องมือวาดเส้นแนวรับแนวต้านและ Fibonacci
- ตั้งค่าการแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดจังหวะสำคัญ
การจัดการความเสี่ยงและการบริหารเงิน
การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรดคริปโตเคอร์เรนซี เราแนะนำให้จำกัดขนาดการเทรดไม่เกิน 2-3% ของเงินทุนต่อออร์เดอร์ และตั้ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการสูญเสีย
การตั้งค่า Risk-Reward Ratio อย่างน้อย 1:2 ช่วยให้สามารถทำกำไรได้แม้จะมีการขาดทุนเกิดขึ้นบ้าง การใช้ Trailing Stop ช่วยล็อกกำไรโดยอัตโนมัติเมื่อราคาขยับในทิศทางที่ดี
- ตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- ใช้ Trailing Stop เพื่อปกป้องกำไร
- กำหนดขนาดล็อตตามทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- หลีกเลี่ยงการเทรดเพื่อล้างขาดทุน (Revenge Trading)
- กระจายการลงทุนในหลายเหรียญเพื่อลดความเสี่ยง
นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือคำนวณขนาดล็อต (Position Sizing Calculator) ใน MT4/MT5 ช่วยให้นักเทรดกำหนดขนาดการเทรดที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงที่ตั้งไว้
| เครื่องมือบริหารความเสี่ยง | คำอธิบาย |
|---|---|
| Stop Loss | กำหนดราคาตัดขาดทุนเพื่อจำกัดการสูญเสีย |
| Take Profit | ตั้งเป้ากำไรเพื่อปิดออร์เดอร์อัตโนมัติ |
| Trailing Stop | ปรับ Stop Loss ตามราคาที่เคลื่อนไหวในทิศทางกำไร |
| Position Sizing Calculator | คำนวณขนาดล็อตที่เหมาะสมตามทุนและความเสี่ยง |
| Diversification | กระจายการลงทุนในเหรียญหลายตัวเพื่อลดความเสี่ยง |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดคริปโตกับ Weltrade
ฉันสามารถเริ่มเทรดคริปโตด้วยเงินจำนวนเท่าไร?
ผู้ใช้ในประเทศไทยสามารถเริ่มฝากเงินขั้นต่ำที่ $10 สำหรับบัญชี Micro ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
สามารถใช้แพลตฟอร์มใดในการเทรดคริปโต?
Weltrade รองรับการเทรดคริปโตผ่าน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 บนเดสก์ท็อปและมือถือ รวมถึงแอป Weltrade
เวลาทำการของตลาดคริปโตเป็นอย่างไร?
<pาตลาดคริปโตเปิดทำการ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ผู้ใช้งานสามารถเทรดได้ตลอดเวลา
มีค่าธรรมเนียมในการฝากถอนเงินหรือไม่?
ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ไม่มีสำหรับการฝากถอนผ่านช่องทางหลัก ยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการภายนอกอาจเรียกเก็บ
ระบบมีการป้องกันความปลอดภัยของบัญชีอย่างไร?
Weltrade ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น รวมถึงการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนและการเข้ารหัสข้อมูล